การใช้เครื่องโหวตลงคะแนนในการเลือกตั้ง

my-choice

หลายประเทศในโลก เช่น อินเดีย บราซิล ญี่ปุ่น เบลเยียม อังกฤษ อเมริกา ฮังการี เยอรมนี ฯลฯ ต่างนำเครื่องโหวตลงคะแนน และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)มาใช้ในการจัดการเลือกตั้งทำให้กระบวนการ ในการบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ ประหยัดทรัพยากร เกิดความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบการทุจริตได้ทุกขั้นตอน

วันนี้ http://www.mychoice.in.th/   เราจะพาไปดูแนวโน้มการใช้เครื่องโหวตลงคะแนนในประเทศไทยกันค่ะ

ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กกต. ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานทางวิชาการและบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ทำการศึกษา วิจัย ออกแบบเครื่องโหวตลงคะแนนต้นแบบ (Thai Voting Machine) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้สะดวกยิ่งขึ้น การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม มีความเท่าเทียมกันในการแข่งขันของทุกฝ่าย รวมทั้งมุ่งสนองตอบต่อกระบวนการปฏิรูปทางการเมืองตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ  ช่วยลดขั้นตอนการนับคะแนน เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ  การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนการจัดเก็บหลักฐานต่าง ๆ ในการลงคะแนนเลือกตั้ง

เราต้องกลับมาถามตัวเราว่า ในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้นั้นความพอดีอยู่ที่ใด นอกจากเพื่อลดขั้นตอนในการทำงาน  ลดต้นทุนในระยะยาว โดยที่จะต้องลงทุนด้านงบประมาณอย่างสมเหตุสมผล รวมทั้งยังต้องการความเห็นร่วมของทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในความเชื่อมั่นต่อการจัดการเลือกตั้ง ของกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการเลือกตั้ง  และต่อเครื่องโหวตลงคะแนน

การใช้นวัตกรรมในการเลือกตั้งของประเทศต่าง ๆ

จากการศึกษาค้นคว้าพบว่าหลายประเทศต่างก็มีการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีมาใช้ในการเลือกตั้ง เช่น
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีแนวคิดที่จะปรับปรุงการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการเลือกตั้งในปัจจุบันต้องใช้เวลาและขั้นตอนที่ยุ่งยากซ้ำซ้อนโดยเฉพาะ การนับคะแนนมีการร้องเรียนว่ามาตรฐานในการวินิฉัยบัตรแตกต่างกัน จึงได้มีการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ จึงได้ร่วมกับบริษัทวิทยุการบิน แห่งประเทศไทย จำกัด ทำการศึกษาวิจัย และพัฒนาเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งขึ้นมา โดยได้พัฒนา และปรับปรุงจนถึงรุ่นที่ 3 และได้มีการสร้างเครื่องต้นแบบ

ระบบการตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง และระบบการแจ้งหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง โดยการตรวจสอบทางโทรศัพท์ การตรวจสอบผ่านโทรศัพท์มือถือ(Mobile Phone) โดยระบบ SMS หรือ GPRS   การตรวจสอบทางแฟกซ์อัตโนมัติ  และโดย E-mail

ระบบการลงคะแนนนอกราชอาณาจักร  โดยระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Secure E-mail) และระบบลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature)

ระบบการลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้ง โดย ระบบอินเตอร์เน็ต(Intranet) หรือ ระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) เช่นกรณีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นของประเทศเบลเยียม สวีเดน และอังกฤษ เป็นต้น

ระบบการนับคะแนนด้วยเครื่องจักร (Electronic Counting Machine) เช่น ที่ประเทศอังกฤษ อเมริกา ฮ่องกง

ระบบการลงคะแนนด้วยเครื่องโหวตลงคะแนน (Electronic Voting Machine) เช่นที่  อินเดีย บราซิล ญี่ปุ่น

 

การออกแบบระบบน้ำเพื่อการเกษตร/การติดตั้งสปริงเกอร์สวนผัก

สปริงเกอร์ 1

ปกติแล้วเกษตรกรผู้มีอาชีพปลูกผักส่งขายตลาดจะมีวิธีการให้น้ำกับผักหลายวิธีด้วยกัน เช่น ใช้เรือรดน้ำในระบบแปลงร่องสวน ใช้สายยางรดน้ำในกรณีที่ปลูกไม่เกิน1ไร่ หรือใช้ระบบสปริงเกอร์ในระบบสวนผักขนาดพื้นที่มากกว่า1ไร่เป็นต้น ในที่นี้จะเป็นการออกแบบการติดตั้งระบบสปริงเกอร์ในสวนผัก ก่อนอื่นเกษตรกรควรทำความรู้จักผักก่อนที่จะทำระบบน้ำ

ชนิดพืชผัก

  1. ผักสวนครัว เป็นกลุ่มของพืชผักล้มลุกที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น มักปลูกตามครัวเรือนหรือแปลงปลูกขนาดใหญ่เพื่อการค้า โดยมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีผลผลิตตามต้องการ มักพบการผลิตเมล็ดพันธุ์ออกจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ ไม่รวมพืชผักท้องถิ่นหรือผักป่า พืชสมุนไพร และเครื่องเทศ รวมถึงไม้ผลบางชนิด ที่ปัจจุบันอาจพบการพัฒนา และปลูกเพื่อการค้า
  2. ผักสมุนไพร และเครื่องเทศ เป็นกลุ่มของพืชผักที่สามารถใช้ทั้งในการประกอบอาหาร เพื่อให้อาหารมีสี รสชาติ กลิ่นตามต้องการ รวมถึงการเพิ่มสรรพคุณทางยาของอาหาร มักเป็นพืชที่ให้ กลิ่นแรง มีรสเผ็ดร้อน โดยส่วนมากจะใช้ส่วนผล หัว และรากมาใช้ประโยชน์ และเป็นพืชในท้องถิ่น
  3. ผักพื้นบ้านหรือผักป่า เป็นกลุ่มของพืชผักที่ขึ้น และเติบโตได้เองตามธรรมชาติหรือนำมาปลูกในครัวเรือน มีการเก็บผลผลิตตามฤดูกาล มักเป็นพืชผักประจำท้องถิ่นที่เป็นทั้งไม้ยืนตัน และพืชล้มลุก

พืชผัก แบ่งตามส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ คือ

  1. ประเภทกินใบ เช่น คะน้า ผักชี กะหล่ำปลี ผักกวางตุ้ง เป็นต้น
  2. ประเภทกินดอก เช่น กะหล่ำดอก และดอกผักชนิดต่างๆ
  3. ประเภทกินผลหรือฝัก เช่น พริก มะเขือ ฟัก แตงกวา ถั่วฝักยาว เป็นต้น
  4. ประเภทกินหัวหรือราก เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ กระเทียม เป็นต้น

 

 

 

 

อะไรนะคอนกรีตผสมเสร็จหัวหินหรอ…

คอนกรีต

ส่วนผสมของปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ำ และน้ำยาผสมคอนกรีต ถูกนำมาเป็นส่วนผสมของคอนกรีตผสมเสร็จ โดยจะมีการนำมาผสมกันเบ็ดเสร็จจากโรงงาน ซึ่งจะมีการจัดตั้งยู่นอกหรือในหน่วยงานก่อสร้าง รวมถึงมีบริการส่งถึงที่ให้กับผู้ที่เข้ามาสั่งเป็นจำนวนมาก เพื่อสะดวกต่อการขนย้ายหรือท่านใดไม่สะดวกก็สามารถบอกได้ โดยจะมีค่าจัดส่งตามระยะทางเพิ่มเข้ามาเท่านั้นเอง

ธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จเป็นทั้งการขายผลิตภัณฑ์ และการขายบริการ ซึ่งจะเห็นได้เลยว่าคนส่วนใหญ่ที่จะเข้ามาซื้อขายคอนกรีตจะเน้นคอนกรีตที่มีคุณภาพเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะแตกต่างจากคนที่มารับเหมาะจะคำนึงถึงเรื่องการบริการและราคาที่เหมาะสมตามคุณภาพของคอนกรีตซะเป็นส่วนมาก

ในการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จจะมีการตวรจสอบไปตั้งแต่คอนกรีตยันถึงส่วนผสมองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งคุณภาพที่ได้นั้นจะต้องมีคุณภาพจริงๆ ซึ่งทางเราอยากให้ลูกค้าได้ของที่ดีและราคาเหมาะสมตามความเป็นจริงมากที่สุด โดยจะมีการเลือกจากแหล่งที่มีคุณภาพดีมีส่วนคละถูกต้องตามมาตรฐานมาจัดกองเก็บไม่ให้ผสมกัน ส่วนปูนซีเมนต์จะถูกบรรจุไว้ในไซโลอย่างมิดชิด และน้ำยาผสมคอนกรีตจะถูกบรรจุในภาชนะเฉพาะอย่างมิดชิดเช่นกัน วัตถุดิบดังกล่าวจะถูกลำเลียงสู่ขบวนการผลิตต่อไป

การผลิตจะเริ่มจากลำเลียงหิน ทราย ปูน ซีเมนต์ ผ่านเครื่องชั่งให้ได้น้ำหนักถูกต้องที่ออกแบบไว้ มีการคำนึง ถึงสภาพความชื้นของหินทราย ส่วนน้ำและน้ำยาผสมคอนกรีตจะผ่านเครื่องวัดปริมาตร แล้วนำเข้าผสมกันในเครื่องผสมคอนกรีต ซึ่งเครื่องจะทำการผสมตามเวลาที่กำหนดเพื่อความสม่ำเสมอและรวดเร็วในการทำงาน เมื่อผสมเสร็จจึงสามารถจะจำหน่ายไปอย่างโรงงานต่างๆได้

ขั้นตอนง่ายๆกับวิธีเลือกซื้อเสื้อโปโล

เสื้อโปโล 1

จากแนวโน้มในสมัยปัจจุบัน เสื้อโปโลกำลังได้รับค่านิยมในตลาดเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่ขาดระยะ พร้อมกับมีผู้กระกอบการใหม่ๆมีขึ้นอย่างเป็นอย่างมากทั้งนี้เนื่องจากว่าเสื้อโปโลเริ่มเป็นที่ยอมรับในท้องตลาดเพิ่มขึ้น ทั้งในรูปแบบไม่เป็นทางการ แบบกึ่งทางการ หรือแม้กระทั้งแบบเป็นทางการ ซึ่งในยุคปัจจุบันเสื้อโปโลสามารถนำมาเป็นเครื่องแต่งกายพนักงานบริษัท เป็นของสมนาคุณเนื่องในโอกาสต่างๆ เป็นเสื้อโฆษณา เสื้อชมรม เสื้อกีฬา และอื่นๆอีกมากมาย แต่ว่าในบางคราวลูกค้ามักเจอะเจอปัญหา ในการเลือกซื้อเสื้อโปโล หรือขาดความรู้ หรือไม่มีประสบการณ์ในการสั่งตัดเสื้อโปโล เสื้อผ้าส่งออก http://www.smartpolouniform.com   ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแบบเสื้อ ชนิดของวัตถุดิบ สี รวมถึงการกำหนดแผนการงบประมาณเช่นกัน ด้วยเหตุนั้นเพื่อให้ลูกค้ามีความเข้าใจ และสามารถเลือกซื้อได้อย่างถูกต้องตรงกับจุดประสงค์และ ประหยัดงบมากที่สุด เราจึงมี6วิธีการแนะนำการเลือกซื้อหรือสั่งตัดเสื้อโปโล ดังนี้

1.ระบุเจาะจงจุดประสงค์ในการใช้งาน

อันดับแรกท่านควรระบุถึงวัตถุประสงค์ในการสั่งซื้อสั่งตัดเสื้อโปโลก่อน เป็นสิ่งที่สำคัญมาก และวัตถุประสงค์นี้เองจะเป็นตัวชี้นำไปยังการกำหนดงบประมาณ และรูปแบบของเสื้อโปโลในขั้นตอนต่อไป ยกตัวอย่างเช่น

เครื่องแต่งกายสำหรับพนักงานที่เข้าทำงานในออฟฟิศที่ต้องใส่ทุกวัน เนื้อผ้าจึงต้องมีความคงทน รวมถึงรูปแบบที่ต้องสุภาพเรียบร้อยให้เหมาะสมกับหน่วยงาน คุณภาพของผ้าจะอยู่ที่เกรดปานกลาง ถึงดี

เครื่องแต่งกายสำหรับพนักงานที่อยู่กลางแจ้ง หรือ ในส่วนการผลิต ต้องการความคงทนถาวรของผ้าเหมือนกับชุดสำนักงาน แต่ว่าอาจจะต้องการความสามารถในการซับเหงื่อ เพื่อเย็นสบาย และหลบเลี่ยงการใช้เสื้อสีขาวสีเสื้ออาจต้องหลีกเลี่ยงสีขาว หรือสีอ่อน ก็เพราะว่าจะทำให้เลอะง่าย คุณภาพของผ้าจะอยู่ที่ระดับปานกลาง ถึงดี

สำหรับแจกเป็นของแถมซึ่งโดยมากจะเน้นความถูก คุณภาพระดับธรรมดาถึงพอใช้ เน้นโลโก้ หรือชื่อของบริษัทหรือหน่วยงาน

สำหรับเป็นของพรีเมี่ยมแจกลูกค้าในโอกาสสำคัญต่างๆ ที่ต้องเน้นความดูดี หรูหรา แพ็คเก็จต้องสวยงามมีราคา คุณภาพของผ้าจะอยู่ที่ระดับกลาง ถึงดีมาก

ชุดชมรม หรือสมาคมต่างๆที่ไม่ต้องใส่บ่อยๆ แต่อาจเน้นความสวยสวยงาม ทันสมัย คุณภาพของผ้าจะอยู่ที่ระดับธรรมดา ถึงพอใช้

ชุดกีฬาต้องการความสามารถในการซับเหงื่อ เพื่อให้ความเย็นสบาย เลี่ยงการใช้เสื้อสีขาว เพราะจะทำให้สกปรกง่าย คุณภาพของผ้าจะอยู่ที่ระดับปานกลาง ถึงดี ฯลฯ

2.ระบุเจาจงงบประมาณ และปริมาณเสื้อที่ต้องการ

จำนวนเสื้อจะส่งผลต่อราคาอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นลูกค้าควรประเมินความต้องการที่แน่นอนก่อนที่จะตัดสินใจสั่ง ทั้งนี้ถ้าท่านต้องการสั่งเพิ่มในภายหลังอาจมีปัญหาได้ รวมถึงราคาที่อาจจะต้องเพิ่มขึ้นเนื่องจากว่าปริมาณน้อย หรือแม้แต่ไม่สามารถรับผลิตได้เพราะว่าปริมาณน้อยจนเกินไป การบอกงบประมาณเป็นสิ่งที่สำคัญในการสั่งเสื้อ เพราะจะเป็นตัวเจาะจงชนิดของผ้า และแบบของเสื้อที่มีให้เลือกอยู่หลายชนิดด้วยกันซึ่งงบประมาณเป็นตัวส่งผลทั้งสิ้น

 

สิ่งที่ควรจำในการหล่อแหวนแต่งงาน

_pop

แหวนแต่งงาน คือ สัญลักษณ์ที่สามารถบ่งบอกถึงความรักของคู่บ่าว-สาวที่มีให้กันตลอดไป เหมือนแทนหัวใจ แทนความรักของคู่รักทุกๆคู่ ที่มีให้แก่กันและกัน ที่สำคัญ แหวนแต่งงานนั้น นิยมใส่กันที่นิ้วนางด้านซ้าย ของฝ่ายหญิงและฝ่ายชายในพิธีหมั้นหรือแต่งงานของคู่รักนั้น ดังนั้นในงานแต่งงาน หรืองานหมั้นจึงไม่แปลกที่คู่รักแต่ล่ะคู่จะให้ความสำคัญกับการเลือกแหวนแต่งงานรูปแบบต่างๆ

  1. การทำแหวนแต่งงานของผู้หญิง หรือทำเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ควรใช้ความร้อน 1000 – 1100 องศาฟาเรนไฮด์ ส่วนแหวนของ ผู้ชาย หรือเครื่องประดับที่มีน้ำหนักมากใช้ความร้อน 700 – 900 องศาฟาเรนไฮด์
  2. ซั่งน้ำหนักของขี้ผึ้งที่ทำเป็นหุ่น และนำน้ำหนักมาหาน้ำหนักของโลหะ เพื่อให้ได้จำนวนโลหะหล่อหลอมพอดี

การหล่อโลหะด้วยแม่พิมพ์ถ่านชาร์โคล

การทำแม่พิมพ์จากถ่านชาร์โคล เป็นการทำแม่พิมพ์ที่สะดวกกว่า การทำแม่พิมพ์จากปูนพลาสเตอร์ เพราะเมื่อทำแม่พิมพ์แล้ว สามารถหล่อได้เลย

เครื่องมือและอุปกรณ์ในการหล่อด้วยแม่พิมพ์ถ่านชาร์โคล

– ถ่านชาร์โคลชนิดแท่งสี่เหลี่ยม อย่างแข็ง

– เครื่องมือแกะสลักไม้

– เครื่องมือหล่อ ได้แก่ หัวเป่า เบ้าหลอม

– กระดาษทรายน้ำ

– ถัง หรืออ่างใส่น้ำ

 

ประสิทธิภาพและคุณภาพของตู้เย็น

%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b9%87%e0%b8%99

 

ตู้เย็นทำความเย็นจากปั๊มความร้อนในการทำความเย็น โดยในแต่ละครั้งสารทำความเย็น เช่น R134a เข้าไปในเครื่องอัดความดันหรือที่เรียกกันว่าคอมเพรสเซอร์ (compressor) ที่มีความดันต่ำอุณหภูมิที่จุดเดือด พออัดจนมีความดันสูงไอก็จะร้อนความดันสูงเข้าไปในเครื่องควบแน่นแล้วออกมาเป็นของเหลวความดันสูงที่จุดเดือด หลังจากนั้นก็ไปที่แผงระบายความร้อนสารทำความเย็นที่เป็นของเหลวอุณหภูมิเย็นลงแล้วไหลไปที่ใกล้กับส่วนที่ต้องการให้เย็น ความดันลดลงอย่างรวดเร็วกลายเป็นก๊าซอุณหภูมิต่ำ

คุณภาพของตู้เย็น

ตู้เย็นรุ่นแรกๆ จะมีน้ำแข็งเกาะตามช่องแช่แข็งเกิดจากความชื้นตอนเปิดประตูตู้เย็นไว้ โดยน้ำแข็งจะหนาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ใช้ต้องละลายน้ำแข็งเอง เช่น ถอดปลั๊กออกจนกว่าน้ำแข็งข้างจะละลายหมด  ต่อมา จึงพัฒนาเป็นแบบกดปุ่มละลายน้ำแข็ง และละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ ผู้ใช้ควรหมั่นละลายน้ำแข็งเพื่อประหยัดไฟ

ตู้เย็น รุ่นใหม่ส่วนมากมักมีคุณสมบัติต่อไปนี้

-เตือนเมื่อมีไฟตกหรือไฟดับ

-ไม่มีน้ำแข็งเกาะตามในช่องแช่แข็ง

-มีถาดทำน้ำแข็งอยู่ภายใน

-มีที่กดน้ำและน้ำแข็งจากหน้าตู้โดยไม่ต้องเปิดประตูตู้เย็น

-มีไฟคอยเตือนเมื่อต้องเปลี่ยนที่กรองน้ำ

ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ใช้พลังงานเป็นอย่างมาด (รองจากเครื่องปรับอากาศ) ในช่วง 20ปี ที่ผ่านมามีการแข่งขันของผู้ผลิตในการพัฒนาตู้เย็นประหยัดไฟมากขึ้น ตู้เย็นที่มีคุณภาพดีในปัจจุบันกินไฟประมาณ 1 ยูนิต (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) ต่อวัน  สำหรับตู้เย็นหรือเครื่องทำน้ำแข็งขนาดใหญ่อาจกินไฟถึง 4 ยูนิตต่อวัน

ตู้เย็นที่มีช่องแช่แข็งอยู่ด้านบนจะกินไฟน้อยกว่าตู้เย็นแบบที่มีช่องแช่แข็งอยู่ด้านล่าง ส่วนแบบที่มีช่องแช่แข็งอยู่ด้านข้าง จะกินไฟมากที่สุด นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้ผลิตตู้เย็นตามแบบของไอสไตน์ที่ประดิษฐ์ครั้งแรกในปี 1930 ตู้เย็นที่กินไฟมากที่สุดคือแบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติเพราะต้องมีตัวเป่าความชื้นออกจากใบของพัดลมในตู้เย็นและยังต้องมีการเพิ่มอุณหภูมิเป็นพักๆ แบบที่รองลงมาได้แก่แบบไม่มีระบบละลายน้ำแข็งแต่ว่าน้ำแข็งที่เกาะในตู้เย็นก็ทำให้กินไฟมากขึ้น ผู้ใช้ควรหมั่นละลายน้ำแข็งและแบบที่มีปุ่มกดละลายน้ำแข็งกินไฟที่สุดแต่ผู้ใช้มักไม่ซื้อตู้เย็นประหยัดไฟเนื่องจากมีราคาแพง

ทำไมจึงควรสีของสแลนกรองแสง

images

สแลนกรองแสงเป็นวัสดุกรองแดด กันแดด หรือกันฝุ่นได้ ใช้งานง่าย แสลน ราคาไม่แพง คนทั่วไปจึงใช้สร้าง มุ้งปลูกผัก กันแดดเป็น ตาข่ายคลุมรถ บังแดดบ้าน และคลุมอาคารก่อสร้าง ซึ่งสแลนกรองแสงได้หลายระดับ สแลนกรองแสง 50%, สแลนกรองแสง 60%, สแลนกรองแสง70%, สแลนกรองแสง80% และมีสีต่างๆกันไป แต่ที่นิยมจะเป็น สแลนสีเขียว สแลนสีดำ สแลนสีฟ้า

สีของสแลนกรองแสง แบบสีดำ และ สีเขียว โดยทั้ง 2 สีนั้นมีความแตกต่างกันในเรื่องของสีกับแสงและความรู้สึกทางสี ก็คือ สแลนแบบสีดำจะไม่ไปตัดทอนค่าความยาวคลื่นของแสงแดด ทำให้แสงแดดที่ลอดผ่านสแลนแบบสีดำนั้น จะเป็นแสงขาวเหมือนที่ตาเห็นโดยทั่วไป แต่สแลนสีอื่นจะสะท้อนตัดทอนค่าความยาวคลื่นของแสงแดดที่เป็นสีเดียวกันกับสีของ สแลนนั้นออกไป และพืชส่วนมากก็ต้องการแสงสีน้ำเงินและสีแดงเป็นหลัก ซึ่งรวมอยู่ในแสงสีขาวอยู่แล้ว ซึ่งถ้าแสงสีดังกล่าวถูกตัดทอนออกไป ก็จะส่งผลต่อการสังเคราะห์แสงของพืช ส่วนสแลนแบบสีเขียวนั้นจะเห็นคนนิยมเลือกใช้กันเยอะมากกว่าสีดำ นั่นก็เพราะว่า สแลนกรองแสงแบบสีดำสามารถเก็บความร้อนจากแสงแดดได้ดีกว่าแบบสีเขียวนั่นเอง ตามคุณสมบัติของสีดำนั้นจะส่งผลทำให้ในการใช้งานระยะยาวสแลนสีดำนั้นจะมีการเสื่อมคุณภาพได้รวดเร็วกว่าสแลนกรองแสงแบบสีเขียวนั่นเอง และนอกจากนี้ประโยชน์ของ สแลนกรองแสง หรือ ตาข่ายกรองแสง นั้นยังมีช่วยปกป้องใบของพืช จากแรงตกกระทบของเม็ดฝนที่ตกลงมา ซึ่งอาจจะทำให้ใบของพืชนั้นช้ำได้

 

18k gold คืออะไร ?

18k

18k gold ก็คือ ทอง18K เป็นทองคำแท้ๆ ที่มีเนื้อทองอยู่ที่ 75% มักนิยมใช้ในงานจิลเวลลี่เพราะว่ามีความแข็งแรงมากและมีความคงทนและก็ความเงางามมากกว่าทองแท่งหรือทองรูปพรรณ ส่วนคำว่า  K นั้นย่อมาจากคำว่า Karatgold หรือเรียกสั้นๆ ว่า k-gold แต่พอมาเรียกเป็นภาษาไทยก็เรียกว่าทองเคนั่นเองค่ะ

เมื่อพูดถึง 18k gold หลายคนมักจะถามกันตลอดว่า ทองเค คืออะไร? หรือมีบางคนเข้าใจว่า ทองเคไม่ใช่ทองแท้ เพื่อนๆ คงเคยได้ยินคำว่า ทองเค กันบ่อยแล้ว มักจะคิดว่ามันก็คือแหวนและสร้อยคอ 18k gold ตัว K นั้นย่อมาจาก karat นะคะ คนไทยมักจะเรียกติดปากทองเป็นแบบเปอร์เซนต์ ส่วนชาวต่างชาติจะเรียกว่า Karat เพราะคนไทยจะใช้มาตรฐานเทียบเคียงคือ ทองคำ 99.99% = ทองคำ 24K ก็สรุปว่า ทอง k ก็คือ ทองคำ นี่แหละค่าแต่จะเรียกหน่วยต่างกันออกไป

สังเกตุได้จากตามห้างร้านทองที่ผลิตเครื่องประดับมาขายจะนิยมทำมาอยู่ 3 แบบ คือ

  1. ทองคำ 99% ส่วนมากจะอยู่ในรูปแบบทองคำแท่งที่ซื้อไว้เกรงกำไรกัน หรือจะอยู่ในรูปแบบของยี่ห้อ ทองสวิส คือใช้ทองคำ 99.99% มาขึ้นตัวงานรูปพรรณ โดยไม่มีการเจือปนทองแดงลงไปแต่จะเป็นทองล้วนๆ
  2. ทองคำ 5 ทองคำแท่ง หรือ ทองรูปพรรณ ที่มักขายอยู่ตามร้านทองชื่อดัง ถ้าเพื่อนๆ สังเกตจะเห็นตราปั้มเป็นตัวเลขเล็กๆ อยู่ที่ไหนสักที่หนึ่งที่เราซื้อมา จะเป็นเลข “965” นั่นหมายถึง ทองคำแท้ 96.5%
  3. ทอง 18K หรือ 18k gold จะนิยมทำเป็นจิวเวลรี่ มีความแข็งมากกว่า เพราะว่า ทองแท้จะอ่อนมากโดนอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็จะบุบง่ายจึงไม่นิยมนำมาทำแหวน สร้อยคอ เพื่อป้องกันการบุบและขาด แต่ 18k gold จะคงทนกว่าและก็เนื้อจะมีความเงางามมากกว่าเมืองไทยจึงนิยมแต่ 18K ค่ะ